ไทยตอนบนรับผลอากาศแปรปรวน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าช่วง 24 ชั่วโมงของวันที่ 6 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลก่อน จากนั้นแนวฝนและลมแรงจะครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ลักษณะสำคัญคือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และโอกาสเกิดลูกเห็บในบางพื้นที่ พร้อมฝนตกหนักเป็นจุด ๆ กรมอุตุนิยมวิทยาให้ประชาชนหลบเลี่ยงบริเวณเปิดโล่ง ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง และป้ายโฆษณาระหว่างมีพายุฝนฟ้าคะนอง
ฝนกระจายหลายภูมิภาค
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองราว 60% ของพื้นที่ ขณะที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ-ปริมณฑลอยู่ที่ 70% ส่วนภาคตะวันออกอยู่ที่ 60% โดยทุกพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงลมแรง และบางแห่งอาจมีฝนตกหนัก
อุณหภูมิในภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางจะอยู่ราว 21–26 องศาเซลเซียสในช่วงต่ำสุด และ 32–35 องศาเซลเซียสในช่วงสูงสุด สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดอุณหภูมิต่ำสุด 24–26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 32–34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝนต่อเนื่อง ทะเลต้องระวัง
ภาคใต้ทั้งสองฝั่งมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 60% ของพื้นที่ โดยฝั่งตะวันออกมีจุดที่ต้องจับตาฝนหนักตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ไปจนถึงนราธิวาส ส่วนฝั่งอันดามันฝนจะกระจายมากในพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ผู้เดินเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกเลี่ยงแนวฝนฟ้าคะนอง เพราะคลื่นอาจสูงเกิน 2 เมตร แม้บริเวณทั่วไปของทะเลส่วนใหญ่คลื่นไม่สูงเท่ากัน กรมอุตุนิยมวิทยายังประเมินว่า 7–13 พฤศจิกายน ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนหนักหลายพื้นที่ และบางแห่งอาจหนักมาก เมื่อแรงลมตะวันออกมีกำลังมากขึ้น

ความคิดเห็น