ฝนยังกระจายหลายภาค
ข้อมูลพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา สำหรับช่วงเที่ยงวันที่ 13 ตุลาคมถึงเที่ยงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ชี้ว่า ฝนยังเกิดได้หลายภูมิภาค และบางจุดอาจมีปริมาณมากเป็นพิเศษ พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นหลักคือภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และตอนบนของภาคใต้
ปัจจัยที่ทำให้มีความชื้นเข้ามาต่อเนื่อง คืออิทธิพลของมวลอากาศเย็นจากจีนบริเวณภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมจากทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งพาความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมไทยตอนบน
รายภาค: ฝน อุณหภูมิ และจังหวัดที่ต้องจับตา
- เหนือ: โอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองราว 40% ของพื้นที่ จุดที่อาจมีฝนแรงอยู่ที่ตากและกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–36 องศาเซลเซียส
- อีสาน: มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 40% โดยครอบคลุมเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิอยู่ในช่วง 21–34 องศาเซลเซียส
- กลาง: มีแนวโน้มฝนฟ้าคะนอง 70% และมีจุดฝนหนักในนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิ 22–35 องศาเซลเซียส
- ตะวันออก: ฝนฟ้าคะนองราว 70% ของพื้นที่ โดยเฉพาะฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิ 23–34 องศาเซลเซียส
- ใต้ฝั่งอ่าวไทย: โอกาสฝนฟ้าคะนอง 60% มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังที่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิ 22–34 องศาเซลเซียส
- ใต้ฝั่งอันดามัน: โอกาสฝนฟ้าคะนอง 60% โดยพังงาและกระบี่เป็นพื้นที่ที่อาจมีฝนหนัก อุณหภูมิ 23–35 องศาเซลเซียส
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล: คาดโอกาสฝนฟ้าคะนอง 70% อุณหภูมิ 23–35 องศาเซลเซียส
การเดินทางและการเดินเรือ
พื้นที่เชิงเขา พื้นที่ลุ่ม และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อมีฝนสะสม เพราะอาจเกิดน้ำหลากหรือน้ำท่วมฉับพลันได้ ส่วนผู้เดินเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกแนวฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นในบริเวณนั้นอาจสูงเกิน 2 เมตร และควรวางแผนเส้นทางอย่างรอบคอบ

ความคิดเห็น