ฝนกระจายในหลายภูมิภาค
พยากรณ์รายวันของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีผลตั้งแต่ 00.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึง 00.00 น. วันถัดไป ระบุว่าประเทศไทยหลายส่วนยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง และบางจุดอาจมีฝนตกหนัก ครอบคลุมเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ภาคตะวันออก และภาคใต้
ปัจจัยที่ทำให้ยังมีฝนมาจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากจีนเหนือ ภาคเหนือตอนบน อีสานตอนบน และทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกกับลมตะวันออกเฉียงใต้พาความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมไทยและอ่าวไทย
พื้นที่ที่ควรติดตาม
- เหนือ: โอกาสมีฝนฟ้าคะนองราว 30% โดยตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์อาจมีฝนหนัก อุณหภูมิ 21–36 องศาเซลเซียส
- อีสาน: มีฝนประมาณ 30% ของพื้นที่ เน้นเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิ 22–35 องศาเซลเซียส
- กลาง: ปริมาณพื้นที่เสี่ยงฝนฟ้าคะนองอยู่ที่ 60% และอาจมีฝนหนักในนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิ 23–34 องศาเซลเซียส
- ตะวันออก: มีแนวโน้มฝนฟ้าคะนอง 60% พื้นที่ที่ต้องระวังคือนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิ 24–35 องศาเซลเซียส
- ใต้ฝั่งอ่าวไทย: มีฝนราว 60% ของพื้นที่ โดยเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ยะลา และนราธิวาสอาจมีฝนหนัก อุณหภูมิ 22–35 องศาเซลเซียส
- ใต้ฝั่งอันดามัน: โอกาสมีฝนฟ้าคะนอง 40% และมีฝนหนักบางส่วนของระนอง พังงา และสตูล อุณหภูมิ 23–35 องศาเซลเซียส
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่และอาจมีฝนหนัก อุณหภูมิ 25–35 องศาเซลเซียส
น้ำหลากและสภาพคลื่น
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ใกล้ลำห้วยหรือทางน้ำ และบริเวณเชิงเขาเตรียมรับมือฝนสะสม เพราะอาจทำให้เกิดน้ำหลากหรือน้ำท่วมฉับพลันได้ สำหรับการเดินเรือ บริเวณฝนฟ้าคะนองในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นอาจสูงเกิน 2 เมตร แม้คลื่นทั่วไปบริเวณชายฝั่งตะวันออกและภาคใต้จะสูงราว 1 เมตร จึงควรวางเส้นทางอย่างรอบคอบและงดผ่านจุดที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง

ความคิดเห็น