เวอร์สแตพเพนไล่จี้สถิติสูงสุด
ฟอร์มูลาวันเปิดอันดับคู่ของนักขับกับทีมที่ทำชัยชนะร่วมกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังแม็กซ์ เวอร์สแตพเพนคว้าแชมป์สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ เป็นชัยชนะครั้งแรกของเขาที่สนามดังกล่าว และเป็นชัยชนะที่ 73 กับเรดบูล
สถิตินี้ทำให้เวอร์สแตพเพนและเรดบูลขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตาราง เขาเริ่มคว้าชัยกับทีมตั้งแต่การลงแข่งนัดแรกให้เรดบูลในสแปนิช กรังด์ปรีซ์ ปี 2016 ขณะอายุ 18 ปี และฟอร์มูลาวันระบุว่าเขาคว้าแชมป์โลกกับทีมมาแล้ว 4 สมัย
อันดับหนึ่งยังเป็นของลูอิส แฮมิลตันกับเมอร์เซเดส ที่ร่วมกันชนะ 84 ครั้งและได้แชมป์โลกประเภทนักขับ 6 สมัยตลอดช่วงเวลา 12 ปี ตั้งแต่ปี 2013 โดยชัยชนะสุดท้ายของแฮมิลตันกับเมอร์เซเดสเกิดขึ้นที่เบลเจียน กรังด์ปรีซ์ หลังผู้ชนะในสนามถูกตัดสิทธิ์ภายหลังการแข่งขัน
10 คู่ขับ-ทีมที่ชนะมากที่สุด
- ลูอิส แฮมิลตัน–เมอร์เซเดส 84 ชัย
- แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน–เรดบูล 73 ชัย
- มิชาเอล ชูมัคเกอร์–เฟอร์รารี 72 ชัย
- เซบาสเตียน เวทเทล–เรดบูล 38 ชัย
- ไอร์ตัน เซนนา–แม็คลาเรน 35 ชัย
- อแลง พรอสต์–แม็คลาเรน 30 ชัย
- ไนเจล แมนเซลล์–วิลเลียมส์ 28 ชัย
- จิม คลาร์ก–โลตัส 25 ชัย
- นิโก รอสเบิร์ก–เมอร์เซเดส 23 ชัย
- เดมอน ฮิลล์–วิลเลียมส์ 21 ชัย
ตัวเลขสำคัญของกลุ่มผู้นำ
ชูมัคเกอร์คว้าชัย 72 ครั้งกับเฟอร์รารี โดยชัยชนะครั้งแรกกับทีมเกิดที่สแปนิช กรังด์ปรีซ์ ปี 1996 และความสำเร็จร่วมกันนำไปสู่แชมป์โลกประเภทนักขับ 5 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2000–2004
เวทเทลเก็บ 38 ชัยกับเรดบูล พร้อมแชมป์โลก 4 สมัยติดต่อกัน ขณะที่เซนนาคว้าแชมป์โลกทั้ง 3 สมัยกับแม็คลาเรนและชนะให้ทีม 35 ครั้ง ด้านพรอสต์ชนะให้แม็คลาเรน 30 ครั้ง พร้อมแชมป์โลก 3 สมัยกับทีม
ในกลุ่มวิลเลียมส์ แมนเซลล์ยังเป็นนักขับที่ชนะให้ทีมมากที่สุดที่ 28 ครั้ง ส่วนฮิลล์ทำได้ 21 ครั้งและคว้าแชมป์โลกปี 1996 ขณะที่รอสเบิร์กชนะ 23 ครั้งกับเมอร์เซเดส รวมถึงฤดูกาลแชมป์โลก 2016
ชัยชนะที่สิงคโปร์ทำให้เวอร์สแตพเพนลดช่องว่างกับสถิติของแฮมิลตันและเมอร์เซเดสเหลือ 11 ครั้ง โดยอันดับดังกล่าวนับเฉพาะชัยชนะที่นักขับแต่ละคนทำได้กับทีมเดียวกัน

ความคิดเห็น