กทม.-รฟม. เตรียมโอนบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียว มุ่งลดค่าโดยสารและค่าเข้าออกซ้ำ

กรุงเทพมหานครและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจัดทำร่าง MOU เพื่อโอนสิทธิบริหารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยตั้งเป้าลดภาระอุดหนุนและพัฒนาระบบค่าโดยสารร่วม

SN
Sukson News
· อ่าน 1 นาที
กทม.-รฟม. เตรียมโอนบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียว มุ่งลดค่าโดยสารและค่าเข้าออกซ้ำ

ร่าง MOU อยู่ระหว่างตรวจสอบทางกฎหมาย

กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างดำเนินการโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ รฟม. ดูแล ภายใต้แนวคิดบริหารระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลแบบบูรณาการ โดยร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสองหน่วยงานผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและคณะกรรมการกำกับแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า หลังสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจและให้ความเห็นชอบแล้ว กทม. กับ รฟม. จะลงนามในร่าง MOU ต่อไป กำหนดการที่วางไว้คือให้ รฟม. รับสิทธิบริหารโครงการในเดือนมกราคม 2570

เปลี่ยนผู้รับรายได้และภาระเดินรถ

เมื่อ รฟม. รับสิทธิบริหารแล้ว หน่วยงานจะรับรายได้ของโครงการ และรับภาระที่ กทม. เคยต้องจ่ายให้การเดินรถตามสัญญา การโอนทรัพย์สินจะใช้การของบประมาณจากภาครัฐเพื่อชดเชยและจัดการภาระทางการเงินที่ต้องจ่ายแก่ กทม. โดยอ้างอิงตัวเลขจากงบการเงินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับรอง

สำหรับส่วนต่อขยายสายสีเขียวระยะที่ 1 และ 2 ซึ่ง กทม. รับผิดชอบทั้งรายได้และรายจ่ายนั้น รายได้ยังต่ำกว่าต้นทุนการเดินรถ กทม. จึงต้องใช้งบประมาณอุดหนุนเฉลี่ยมากกว่า 400 ล้านบาทถึงเกือบ 500 ล้านบาทต่อเดือน หรือคาดราว 5,700 ล้านบาทในปีนี้ และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

เป้าหมายต่อค่าโดยสารและการต่อรถ

รูปแบบใหม่วางให้ รฟม. เป็นหน่วยงานหลักของระบบรถไฟฟ้าเมือง เพื่อขับเคลื่อนการบริหารแบบผู้ดำเนินการรายเดียว ผลที่คาดหวังต่อผู้โดยสารมี 3 ด้าน ได้แก่

  1. ภาครัฐสามารถกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารได้เอง โดยเป้าหมายที่ระบุไว้คือค่าโดยสาร 17–45 บาทต่อเที่ยว
  2. ผู้โดยสารจะไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย ช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางจากการต่อระบบ
  3. การโอนจะสนับสนุนนโยบายตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม เพื่อให้การเดินทางข้ามสายสะดวกขึ้น

หากการโอนเป็นไปตามขั้นตอน กทม. จะพ้นภาระอุดหนุนส่วนขาดทุนของสายสีเขียว และสามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และบริการสาธารณะอื่นของคนกรุงเทพฯ

ภาพประกอบในข่าวนี้สร้างด้วย AI

ชอบข่าวนี้? ส่งต่อให้เพื่อน
แชร์ลงฟีด Sukson หรือโซเชียลที่คุณใช้