พยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ชี้ว่าภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีฝนมากขึ้นในรอบวัน ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลางยังมีโอกาสเจอทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชก และฝนหนักเฉพาะแห่ง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีฝนน้อยลงกว่าพื้นที่อื่น
ภาพรวมอากาศและคลื่นลม
ปัจจัยหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ปกคลุมตอนบนของไทยและทะเลจีนใต้ ร่วมกับลมตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทย แผ่นดินไทย และฝั่งอันดามัน กรมอุตุนิยมวิทยาระบุด้วยว่า ระหว่างวันที่ 8 ถึง 13 พฤศจิกายน ลมตะวันออกเหนืออ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังมากขึ้น จึงทำให้ภาคใต้มีฝนหนักหลายแห่ง และบางจุดอาจมีฝนหนักมาก
ประชาชนในเขตฝนฟ้าคะนองควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดโล่ง การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้ป้ายโฆษณา หรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคง ด้านการเดินเรือ อ่าวไทยและทะเลอันดามันอาจมีคลื่นเกิน 2 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้เรือเพิ่มความระมัดระวังและไม่ผ่านบริเวณดังกล่าว
ฝนและอุณหภูมิรายภูมิภาค
- เหนือ: โอกาสฝนฟ้าคะนอง 60% มีลมแรงและอาจมีฝนหนักบางจุด อุณหภูมิต่ำสุด 21–25 องศาเซลเซียส สูงสุด 30–34 องศาเซลเซียส พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
- อีสาน: ฝนฟ้าคะนองราว 20% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21–24 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส โดยฝนพบได้มากในเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
- กลาง: คาดฝนฟ้าคะนอง 40% มีลมกระโชกและฝนหนักเป็นบางพื้นที่ อุณหภูมิ 22–35 องศาเซลเซียส ครอบคลุมนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- ตะวันออก: ฝนฟ้าคะนองประมาณ 40% อุณหภูมิ 23–35 องศาเซลเซียส จุดที่มีฝนฟ้าคะนองอาจทำให้คลื่นทะเลสูงเกิน 2 เมตร
ภาคใต้ทั้งสองฝั่งมีโอกาสฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ ฝั่งตะวันออกมีฝนหนักบางแห่งตั้งแต่เพชรบุรีถึงสงขลา อุณหภูมิ 22–33 องศาเซลเซียส ส่วนฝั่งตะวันตกครอบคลุมระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิ 23–34 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โอกาสฝนฟ้าคะนองอยู่ที่ 40% และอาจมีลมกระโชก อุณหภูมิ 25–35 องศาเซลเซียส

ความคิดเห็น